Tuesday, November 10, 2009

อุบายระงับความง่วง

ช่วงนี้เวลางานชอบง่วงนอนอยู่บ่อยๆ วันนี้ก็เลยค้นในเน็ตดูเพราะจำได้ว่าสมัยบวชพระอาจารย์มหาเคยเล่าเรื่อง วิธีแก้ง่วงของพระพุทธเจ้าอยู่ ก็เลยลองค้นในเน็ตดู ก็ได้เจอหลายๆเว็บที่นำเรื่องอุบายแก้ง่วงของพระพุทธเจ้าที่ทรงถวายแก่พระมหาโมคคัลลานะ บางเว็บก็ถอดความมา บางเว็บก็ตีความออกมาให้เหมาะแก่ยุคสมัย แต่อ่านแล้วก็รู้สึกแปลกๆอยู่ดี ก็เลยจะลองเรียบเรียงดูบ้าง ซึ่งวิธีการหรือขั้นตอนต่างๆก็ยังคงเหมือนเดิม จะเปลี่ยนไปก็เพียงแต่ศัพท์หลายๆคำ และเพิ่มเติมในคำอธิบายดูครับ

เรื่องก็มีอยู่ว่าในสมัยพุทธกาล เมื่อพระมหาโมคคัลลนาะ บวชได้ 7 วันก็ได้บำเพ็ญเพียรจนดึก และถูกความง่วงเข้าครอบงำจนไม่สามารถบำเพ็ญเพียรได้อย่างที่ตั้งใจ พระพุทธเจ้าซึ่งขณะนั้นอยู่ที่อีกเมืองหนึ่ง เมื่อได้ทราบจากญาณหยั่งรู้ ท่านจึงได้ทรงแสดงปาฏิหาริย์ โดยการแสดงตนต่อหน้าพระมหาโมคคัลลานะ และได้มอบอุบายในการบรรเทาความง่วงให้ ซึ่งหลังจากนั้น พระมหาโมคคัลลานะก็สำเร็จเป็นอรหันต์ในเวลาอีกเพียงไม่กี่วัน ซึ่งอุบายนั้นมีด้วยกัน 8 ประการคือ

  1. "พิจารณาสาเหตุที่ทำให้ง่วง" คือให้พิจารณาถึงปัจจุบันขณะ ไม่ให้จิตใจอยู่ว่างเปล่าโดยไม่ได้ทำอะไรเลย เมื่อมีสติอยู่กับปัจจุบัน ความง่วงก็จะบรรเทาลงได้
  2. "นึกถึงคำสอนหรือเรื่องราวในอดีต" คล้ายกับข้อแรก แต่ต่างกันที่วิธีการนี้ให้นึกถึงและพิจารณาความจำของเราเอง เพราะบางครั้ง บางคน อาจมีคำพูดหรือเรื่องราวต่างๆอยู่ในใจ ทำให้ทำสติได้ดีกว่าการพิจารณาปัจจุบันขณะมาก
  3. "ท่องหนังสือ หรือพูดเรื่องที่ทำอยู่ออกมาเป็นคำพูด" เป็นการเปลี่ยนอากัปกิริยา จากสิ่งที่ทำอยู่เงียบๆ ร่างกายได้เคลื่อนไหวน้อยซึ่งมักจะทำให้ง่วง การท่องอ่านออกเสียง หรือพูดออกมา ทำให้ร่างกายได้ขยับอย่างมีสติ เป็นการลดความง่วงอีกวิธีหนึ่ง
  4. "ใช้นิ้วแยงหูทั้งสองข้าง และ/หรือ ลูบลำตัวด้วยฝ่ามือ" เป็นการเปลี่ยนอากัปกิริยาอีกวิธีหนึ่งซึ่งบริเวณรูหู และลำตัวจะมีเส้นประสาทสัมผัสอยู่มาก การแยงหู หรือ ลูบตัว เป็นการทำให้สมองได้ตื่นตัวทำงานเพิ่มขึ้น โดยรบกวนกับสมาธิในการทำงานไม่มากนัก
  5. "ลูบนัยน์ตา ลูบหน้าด้วยน้ำ มองไปรอบๆ" หากใช้คำง่ายๆก็คือ ให้ไปล้างหน้าล้างตานั่นเอง วิธีนี้จะนำความสดชื่นมาให้ด้วย การมองไปรอบๆ ก็ทำให้ผ่อนคลายความตึงเครียดจากการทำงานลงได้
  6. "ทำภาพในใจ 'อาโลกสัญญา'" คือกำหนดความสว่างไว้ในใจ ให้สว่างเหมือนกันทั้งกลางวันกลางคืน โดยปกติความง่วงมักจะมากับความมืด วิธีการนี้คือสร้างภาพความสว่างไว้ในใจ ให้ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยง ให้มีแสงสว่างเจิดจ้าไปหมด ให้ใจเรานึกว่าเป็นเวลากลางวัน หลอกจิตใต้สำนึกว่าขณะนี้เป็นเวลากลางวัน จะได้กระปรี้กระเปร่าสดชื่นขึ้น
  7. "เดินจงกรม" โดยการลุกขึ้น เดินไป-กลับช้าๆ อย่างมีสติ พิจารณาการเคลื่อนไหวของเท้าทั้งสองข้าง ในการก้าวเดิน ในการกลับตัว ให้มีสติ นอกจากนี้ยังเป็นการผ่อนคลายกล้ามเนื้อหลังจากนั่งนิ่งๆมาเป็นเวลานานด้วย
  8. "นอน" เมื่อวิธีการข้างต้นใช้ไม่ได้ผลแล้ว วิธีนึงจึงเป็นวิธีสุดท้าย คือพักผ่อนเสียก่อน แล้วค่อยทำต่อในภายหลัง แต่ก่อนนอนก็ให้กำหนดจิตไปด้วยว่า เมื่อพักผ่อนเพียงพอแล้วให้ลุกตื่นขึ้นมาแล้วทำงานต่อเลย จึงจะละความง่วงได้ (สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรให้ใช้ การเจริญสมาธิด้วย สีหไสยาสน์ คือนอนตะแคงขวา ซ้อนเท้าให้เหลื่อมกัน ใช้แขนรองคอไว้อย่างมีสติ)

ขอให้มีความสุขกับการทำงานนะครับ

Monday, January 26, 2009

สามก๊ก ตอน โจโฉแตกทัพเรือ ตอนที่สอง

คราวก่อนพูดถึง Red Cliff ภาคแรกไปแล้ว .. เมื่อวานนี้หลังจากที่ได้ดู Red Cliff ภาคสอง ก็เลยเอามาเล่าสู่กันฟัง 

ในภาคสองนี้ ก็เป็นตอนที่โจโฉจะถูกตีแตกอย่างย่อยยับ เป็นความอัพยศอย่างใหญ่หลวงของโจโฉเลยทีเีดียว ตามเนื้อเรื่องสามก๊กที่หลายๆคนเคยอ่านกัน จะพบว่าโจโฉยกทัพไปเป็นแสนเป็นล้าน แต่กลับถูกตีแตกย่อยยับในค่ำคืนเดียว แถมทหารที่เหลืออยู่ก็มีเพียง ตัวโจโฉเองและนายทหารอีกเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ซึ่งกลอุบายต่างๆในตอนนี้ จะเป็นการพูดถึงความฉลาดหลักแหลมของขงเบ้ง ในการอ่านทางดินฟ้า ถึงแม้ว่าโจโฉเองก็จะเป็นวิชาอยู่บ้างก็ตาม 

สำหรับในภาพยนตร์ตอนนี้ เนื้อเรื่องจะผิดแผลกจากที่เคยอ่านกันอยู่มาก เช่นความรักของ ซุนฮูหยิน หรือจะเป็นตอนจบของเรื่อง ที่กล่าวถึงความฉลาดของขงเบ้งล้ำลึก การคาดการณ์ และความย่อยยับอันน่าอดสูของโจโฉ รวมถึงการตัดสินใจของเสี่ยวเกี้ยวภรรยาของจิวยี่ด้วย

โดยรวมแล้ว ผมชอบในเรื่องของ computer graphics มาก มีการต่อเนื้อเรื่องจากตอนที่แล้วได้ดี แต่พูดถึงขงเบ้งน้อยไปหน่อย ในขณะที่มีดรามาในส่วนของจิวยี่เยอะเหลือเกิน และ ซุนกวน กับ เล่าปี่ กลายเป็นตัวประกอบไปเลย ดูเหมือนเป็นตัวตลกไปด้วยซ้ำ

Friday, July 11, 2008

สามก๊ก ตอน โจโฉแตกทัพเรือ

สวัสดีครับ ไม่ได้เขียนนานเลย วันนี้เอาเรื่อง สามก๊ก ที่กำลังเข้าฉายในโรงภาพยนตร์มาฝากกัน

ชื่อภาษาอังกฤษของตอนนี้คือ Red Cliff ครับ ให้แปลชื่อตอนเป็นภาษาไทยจริงๆน่าจะเป็น "สามก๊ก ตอน ศึกผาแดง" มากกว่า แต่ชื่อ "โจโฉแตกทัพเรือ" ก็ไม่ผิดนัก เพราะเป็นตอนที่โจโฉ กรีฑาทัพทางเรือ ซึ่งเป็นการกรีฑาทัพครั้งที่ย่อยยับที่สุดของโจโฉเลยทีเดียว เห็นชื่อตอนครั้งแรก ผมนึกว่าเป็นตอนที่โจโฉถูกเผาเรือเสียอีก


ในตอนนี้ ดูเหมือนว่าจะเป็นการพูดถึงวีรกรรมยอดขุนพลต่างๆ เช่นจูล่งตอนแหกด่าน แต่ก็ไม่ได้เน้นหนักเท่าไหร่ นอกจากจะเป็นตัวเบิกโรงจูล่ง ให้โจโฉเห็นวีรกรรม (ไม่ได้พูดถึงการวางแผนตอนข้ามสะพานของ ขงเบ้งด้วย)



ในภาพยนตร์มีการดัดแปลงเนื้อความมากพอสมควร อีกทั้งบุคคลิกตัวละครนั้นสร้างความประหลาดใจให้ผมได้มากทีเดียว อย่างจูกัดเหลียง ขงเบ้งนั้นบุคลิกน่าจะสุขุมนุ่มนวล แต่ในตอนนี้ แม้ขงเบ้งจะฉลาดปราดเปรื่องไม่ต่างจากเดิม แต่มีความขี้เล่นมากกว่าที่เคยจินตนาการเอาไว้ ดูแปลกตามาก จะว่าไปแล้วก็อาจจะเป็นอย่างนี้จริงๆก็ได้ เพราะขงเบ้งอายุตามพงศาวดารก็ไม่ได้ต่างจาก ซนกวน เท่าไหร่



ดูเหมือนภาคนี้จะมีพระเอกเป็น จิวยี่ เพราะดูเหมือนจะถูกชูขึ้นเป็นบทเด่นที่สุด มีฉาก love scene ด้วยเหมือนกัน ไม่คิดว่าดูสามก๊กแล้วจะเจอฉากแบบบนี้ด้วย



มาดูทางด้าน ขงเบ้ง บ้าง ดูจะเป็นบุคลิกแปลกประหลาดใช้ได้อยู่ และดูเหมือนจะมีการฉากจ้องตากับสาวๆในเรื่องมากเกินไปหน่อย ทั้งภรรยาของจิวยี่ และภรรยาของเล่าปี่ (ซุนฮูหยิน) แต่เรื่องนี้ก็แปลกประหลาดอยู่นิดๆ ตรงที่ น้องสาวของซุนกวน ถูกเรียก ซุนฮูหยิน ตั้งแต่ยังไม่ทันได้แต่งงาน หรือว่าผมเข้าใจผิดกับคำว่า "ฮูหยิน" กันแน่


ทางด้านซุนฮูหยิน ก็ดูจะแก่นกะโหลกกว่าที่เคยคิดไว้ มีการกดจุดม้าด้วย นับว่าแปลกประหลาดจริงๆ



ส่วนซุนกวน ก็ไม่ได้มีบทบาทเด่นมากนักในตอนนี้ แค่มีฉากตอนถูกเกลี้ยกล่อม กับตอนเสนอน้องสาวให้กับเล่าปี่เท่านั้นเอง


ส่วนทางด้าน เล่าปี่ - กวนอู - เตียวหุย ดูเหมือนว่าไม่ได้เน้นมากนัก ตอนนี้เน้นไปที่ตัวขุนศึกมากกว่า คงเป็นเพราะมีหนังหลายเรื่องแล้วที่เอาแต่พูดถึง เล่าปี่ - กวนอู และ เตียวหุย จึงอยากสร้างความแปลกใหม่ขึ้นมา ส่วนรูปนี้ผมจำไม่ได้ว่าชื่ออะไร หุหุ



โดยรวมเป็นหนังที่น่าดูมากเรื่องนึงครับ ยิ่งถ้าหากรู้พงศาวดารด้วยละก็ น่าจะทำให้มีอรรถรสในการดูเพิ่มขึ้นด้วย มีตินิดนึงคือเรื่องการดำเนินเรื่อง บางช่วงดูจะรวบรัดตัดตอนไปหน่อย แต่ฉากที่จิวยี่อยู่กับฮูหยิน ดูจะนานเกินไปสักนิด มี screen play บางช่วงไม่ smooth เท่าที่ควร มีบางฉากที่เห็น computer graphics ชัดเกินไปนิด แล้วคุณภาพฟิล์มบางช่วงก็ดูจะ drop วูบลงไป แต่โดยรวมแล้วผมยังยืนยันครับว่าเป็นหนังที่น่าดู และแนะนำให้ดูครับ

Monday, April 21, 2008

หนังสือน่าอ่าน: มิเกะเนะโกะ โฮล์มส์ แมวสามสียอดนักสืบ ตอนที่ 12 โอเปรา ระทึก(ใจ)

สวัสดีครับ ไม่ได้เขียนเสียนาน มาเขียนวันนี้เพราะช่วงวันหยุดที่ผ่านมา พึ่งได้มีโอกาส หยิบเอาหนังสือจากงานสัปดาห์หนังสือ ครั้งล่าสุดมาอ่าน เพราะเดินทางไปต่างจังหวัดเลยมีเวลาได้อ่านนิดหน่อย บวกกับติดลมเล็กน้อยในวันนี้เลยหยิบมาอ่านให้จบเล่ม

หนังสือที่แนะนำวันนี้ ใหม่กว่าเล่มก่อนๆที่เคยแนะนำอยู่พอดู และเป็นเล่มใหม่ล่าสุดในหนังสือชุดนี้เลยครับ (สำหรับในประเทศไทยนะ) เล่มนี้ก็เป็นเล่มที่ 12 แล้วครับ ของเจ้าแมวสาว สามสีตัวนี้ กับชื่อตอนที่ชื่อว่า โอเปรา ระทึก(ใจ) ของ มิเกะเนะโกะ โฮล์มส์ แมวสามสียอดนักสืบ



ผู้เขียน: อาคากะวา จิโร่ เชื่อว่าพูดถึงชื่อนี้ นักอ่านคนไทย ก็คงจะไม่มีใครไม่รู้จัก กับผู้เขียนนิยายชุดนักสือ ที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับ การ์ตูนนักสืบสุดฮิต อย่าง โคนัน เจ้าหนูนักสืบ เป็นแน่ ด้วยรูปแบบบรรยายที่กระชับได้ใจความ และการดำเนินเรื่องที่รวดเร็วและสนุกสนาน ทำให้หนังสือของจิโร่ เป็นหนังสือขายดีเสมอมา นอกจากนิยายชุดนี้แล้ว อาคากะวา จิโร่ยังมีผลงานเขียนอีกมากมาย

ผู้แปล: สมเกียรติ เชวงกิจวณิช เป็นผู้แปลที่สุดยอดอีกคนของเมืองไทย นิยายแปลที่ผ่านตาผม ถ้ามีชื่อของนักแปลท่านนี้แล้วล่ะก็ รับประกันได้เลยว่าสามารถแปลออกมาได้อย่างสวยงาม และไหลลื่่นราวกับเป็นผู้แต่งเองเลยก็ว่าได้ ผลงานแปลนิยายตอนนี้ ก็เป็นอีกผลงานที่การันตีความสามารถของนักแปลท่านนี้ได้เป็นอย่างดี

มิเกะเนะโกะ โฮล์ม แมวสามสียอดนักสืบ นิยายชุดสืบสวนสอบสวน ที่แปลกแหวกแนวกว่าเรื่องไหนๆที่เคยเจอ เมื่อตัวเอกเป็นแมวสามสีเพศเมีย ที่อาศัยอยู่กับ คาตายามา โยชิทาโร่ นายตำรวจหนุ่ม ผู้เป็นโรคแพ้ผู้หญิงและเลือด กับฮารูมิ น้องสาว

เรื่องย่อ หลังจากคดีก่อนหน้าในตอนที่ 10 คราวนี้ คาตายามา และพรรคพวกเดินทางมาพักผ่อนกันที่ออสเตรีย ก็ยังไม่วายเจอคดีอีกจนได้ เมื่อ มิชิโกะ หญิงสาวผู้ชนะการแข่งขันเปียโนที่ไม่เคยมีใครเห็นหน้า เกิดจู่ๆก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย และตัวเก็งผู้กลายเป็นที่สองในการแข่งขันอย่าง ยาโยอิ กลับปรากฏตัวเสียนี่ เรื่องราววุ่นๆจึงเกิดขึ้นเมื่อไม่เคยมีใครเห็นหน้าของ มิชิโกะ มาก่อนนั่นเอง

ภาพรวม การดำเนินเรื่องทำได้ดีเยี่ยมสมกับที่เป็น อาคากะวา จิโร จริงๆยังคงความสนุกสนานของนิยายไว้ได้อย่างครบถ้วนเลยจริงๆ แม้ว่าเล่มนี้จะเป็นเล่มที่ 12 แล้วก็ตาม ในเล่มนี้จะได้พบกับพัฒนาการหลายๆด้านของตัวละคร รวมถึงว่าที่ "แฟน" ของคาตายามา เสียด้วย นอกจากนี้ดูเหมือนว่า อาคากะวา จะเขียนตอนยาวกับเรื่องสั้นสลับเล่มกันไปด้วยนะครับ คาดว่าเล่มต่อไปก็คงได้อ่านแบบเรื่องสั้นอีก ... (หวังว่าผมคงจะคิดผิดไปเอง)

Wednesday, February 13, 2008

Firefox 3 beta 3 ออกมาแล้วว

ดูเหมือนว่าจะ released เมื่อวานนี้ที่อเมริกา ซึ่งก็น่าจะเป็นตอนเช้าๆวันนี้ของบ้านเราน่ะเอง ขอออกตัวก่อนว่าไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษ แต่ก็ถูลู่ถูกังแปลมาแบบคร่าวๆครับ

ของใหม่ใน beta 3
- Firefox 3 นั้นเปลี่ยนมาใช้ Gecko 1.9 ตัวนี้เปลี่ยน engine ในการ render หน้าเว็บมาเป็น Gecko 1.9 ซึ่งถูกพัฒนาอยู่นานกว่า 30 เดือน (บนเว็บบอกว่ามีการเปลี่ยนแปลง code มาก(เกือบ)ถึง 2 ล้านบรรทัดเลยทีเดียว ในช่วงระยะเวลากว่า 2 เดือนที่ผ่านมาหลังจากออก beta 2 มีการแก้ไขปัญหาต่างๆเพิ่มอีกกว่า 1,300 กรณี(จากกว่า 11,000 กรณีใน beta 2 เป็นมากกว่า 12,000 กรณีใน beta 3)

- Malware protection
- สามารถดูข้อมูลของ web site ได้ในคลิ๊กเดียว โดยการคลิ๊กที่ favicon บน location bar

- Download Manager ตัวใหม่ที่ใช้งานง่ายขึ้น
- สามารถเล่น podcast และ videocast ได้ใน media playback tool
- ความเข้ากันได้ที่มากขึ้นสำหรับ MacOS X และ Linux

- มีปุ่ม add bookmark รูปดาวที่กดได้ง่ายขึ้น
- ระบบ auto-complete ที่ดีขึ้น ด้วยวิธีการที่ฉลาดขึ้นในการเลือกแหล่งข้อมูล
- Add-on Manager ที่ใช้งานได้สะดวกขึ้น (สามารถค้นหา add-on ได้จากใน add-on manager ได้เลย)

- เร็วขึ้น !! ความเร็วที่เพิ่มขึ้นเกิดจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหลัก และจากการเปลี่ยนแปลงต่างๆมากกว่า 90 จุดจาก beta ที่แล้ว
- ใช้เม็มโมรี่น้อยลง!! โดยการเร่งความเร็วในการ optimize เม็มโมรี่ และลด fragment ที่เกิดขึ้นในเม็มโมรี่ลง และดูเหมือนจะมีการแก้ไขอะไรบางอย่างเกี่ยว XPCOM cycle collector ด้วย

อ่าน released note แบบเต็มๆ ได้ที่นี่ http://www.mozilla.com/en-US/firefox/3.0b3/releasenotes/
และ download มาเล่นได้ที http://www.mozilla.com/en-US/firefox/all-beta.html

Sunday, February 10, 2008

เสาไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์

วันนี้เปิดผ่านๆใน feed ดูก็พบกับอุปกรณ์ชิ้นนี้เข้า เป็นเสาไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ คาดว่าความคิดนี้น่าจะสืบเนื่องมาจาก ปัญหามลพิษและพลังงานที่มีอยู่ในปัจจุบัน เป็นแรงผลักดันให้เกิดไอเดียแบบนี้ขึ้นมา


เสาไฟนี้ดูหน้าตาออกจะแปลกๆนิดหน่อย ตรงที่ด้านบนมีแผง solar cell เพื่อรับพลังงาน และใช้หลอด LED ในการส่องสว่างแทนหลอดไฟแบบปกติ ที่ให้แสงสว่างไม่คุ้มกับพลังงานที่ได้มา นอกจากนี้เวลาปกติยังใช้พลังงานเพียง 1/3 ของปกติ และจะใช้พลังงานเต็มที่เมื่อมีผู้คนสัญจรไปมา

ที่มา: Gizmodo - Solar Streetlamp Watches You to Save Power [Lighting]

Wednesday, January 16, 2008

ดูรูปเร็วขึ้นบน multiply

วันนี้เปิด multiply ขึ้นมาดูรูปที่เพื่อนๆอัพโหลดขึ้นไปใหม่ ...
คลิ๊กปุ๊ป ด้วยความที่คิดว่ามันต้องโหลดหน้าใหม่ ก็กำลังจะเปลี่ยน tab ไปดูหน้าอื่น ...
อ้าว ... มันโหลดเสร็จแล้ว!!! พอมานั่งดูดีๆถึงได้เห็นว่ามันเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลใหม่
โถ่! นึกว่าเน็ตแรงขึ้นซะงั้น

จริงๆแล้ว feature ใหม่นี้ก็ไม่มีอะไรมาก แค่ทำให้ user experience ดีขึ้น ในขณะที่ความเร็วในการโหลดไม่ต่างจากเดิมมากนัก ถึงแม้ว่าจะลดการโหลดทั้งหน้าลงก็ตาม (เพราะมี cache อยู่) วิธีการก็คือให้การหลอกตาด้วยภาพ Thumbnail ที่เรามองเห็นตอนอยู่ใน index นั่นแหละ แต่เอามาแสดงด้วยขนาดเต็มของรูป ก็เลยทำให้เรามองเห็นเป็นภาพใหญ่ที่หยาบๆ ในขณะเดียวกันก็แอบโหลดรูปภาพขนาดเต็มจริงๆอยู่เบื้องหลัง พอโหลดเสร็จก็สลับรูปที่เป็น thumbnail มาเป็นรูปจริงซะ ..

แต่โดยรวมแล้วมันก็เร็วขึ้นจริงๆล่ะ เพราะว่า server ได้ทำงานน้อยลงเยอะเลยทีเีดียว ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับ bandwidth กับ traffic แล้วล่ะครับ